[Bigbang SF] Because of Jealous / GD x Seungri
posted on 26 Jan 2008 23:55 by argadz
[SF] Because of Jealous
Author : argadz
Paring : GD x Seungri
สวัสดีฮะ ผมลีดเดอร์ควอน
.
.
อย่ามาถามนะว่าควอนไหน อย่าบอกผมนะว่าคุณไม่รู้จักควอนจียงแห่งบิ๊กแบงแบนด์
เอาเป็นว่าคุณรู้จักผม?? โอเค อย่างที่รู้ ผมเป็นลีดเดอร์ของบิ๊กแบง ... และหน้าที่ของผมก็คือดูแลสมาชิกในวง
ใช่!!! นั่นน่ะหน้าที่ผม
แต่รู้อะไรมั้ย?
ตอนนี้ผมกำลังรู้สึกอยากจะทำร้ายร่างกายสมาชิกในวง (แทนที่จะดูแลพวกมัน -*-)
“มักเน่มานี่ดิ”
เสียงใหญ่ๆ(ของคนตัวใหญ่ๆ)ร้องเรียกน้องเล็กของวงไปทั่วบ้าน ไม่นานเจ้าตัวเล็กก็โผล่หน้าที่การันตีความเป็นหมีแพนด้าด้วยตาดำๆออกมาจากห้องครัว
“มีอะไรอ่ะฮยอง”
“มานั่งใกล้ๆดิ คิดถึงว่ะ”
“อ่า ไงพูดงี้ล่ะ มันส่อนะเนี่ย”
พูดเหมือนจะอาย แต่มักเน่ของพี่ๆก็ยอมวิ่งดุ๊กดิ๊กมาห้องนั่งเล่นทั้งที่ยังคาบขนมไว้ในปาก นั่งแปะลงข้างๆพี่ใหญ่แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องตลกที่ไปเจอมาวันนี้พร้อมออกท่าออกทางเต็มที่ให้คนฟังได้หัวเราะเอิ้กอ๊ากตบท้องตบพุงอย่างอารมณ์ดี
หึ ... รู้แล้วใช่มั้ย ว่าผมอยากทำร้ายร่างกายใคร
เชวซึงฮยอน . . . ถ้าพี่ยังอยากอยู่อารมณ์ดีไปนานกว่านี้ ปล่อยมักเน่ของผมสิวะ!!! เอ้ย ครับ
.
.
.
“แพนด้ามาดูโดราเอม่อน”
เสียงหัวเราะของซึงฮยอนคนพี่จางหายไปได้ไม่เท่าไหร่ แดซองก็หอบเอาดีวีดีโอเรม่อน การ์ตูนวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสาระความรู้(เหรอ?) ออกมาจากห้องนอน
“โดร้าเอเร๊ม่อนนน”
เสียงเล็กร้องเพลงล้อเลียนการ์ตูน พร้อมกระโดดจากการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับหมีใหญ่ หย่อนตัวลงบนพิ้นแถวๆหน้าทีวีที่แดซองนั่งยิ้มจนตาหายรออยู่
การ์ตูนเล่นไปได้ไม่ทันจบไตเติ้ล ซึงรีน้อยก็ต้องทำหน้าที่ให้ความสุข(?) กับคนในบ้านอีกครั้ง เมื่อพี่ชายนายแดซองล้มตัวลงนอนก่อนจะถาม
“นอนตักได้มั้ยอ่ะ”
ซึงรีพยักหน้าแปลได้ว่า ตามใจ ~
น้องไม่ว่า แต่แดซองครับ!! ถ้ายังอยากอยู่ต่อไปอย่างสุขสบาย พึงระลึกไว้เถิดว่า แพนด้าน่ะของกูครับ!!
.
.
.
“ซึงรี พี่ซื้อขนมมาฝาก”
เสียงหล่อๆมาพร้อมมาดเท่ๆ ยองเบที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก หอบหิ้วขนมนมเนยของฝากเจ้าตัวเล็กมาเต็มกำมือ ซึงรีเองก็กระโดดหมับเข้าคว้าถุงของกินโดยไม่ต้องมีใครสั่ง
“ขอบคุณคร๊าบบบ พี่ยองเบน่ารักสุดๆ”
ยองเบหัวเราะหึ ยิ้มเอ็นดูให้กับน้องน้อย แถมยังลูบผมเบาๆ จับหัวโยกไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว
“ขอค่าเหนื่อยด้วยสิ”
เอานิ้วจิ้มจึกๆที่แก้มตัวเอง เป็นเชิงบอกให้ซึงรีแลกอะไรสักอย่างกับขนม มักเน่คิ้วขมวด ยู่หน้าเมื่อถูกเอาปรียบ
“โหหหห ขี้งก”
ว่าแล้วก็บรรจงหอมแก้มพี่ชายใจดีไปฟอดนึง
จุ๊บ!!~
ปังงงง!!!!!!!
.
.
.
อ๊ากกกกกกกกกก!!!!!!!! ไมไหวแล้วครับ ผมจะฆ่าไอ้นั่นแหละคนแรก
เห็นเงียบๆแบบนี้ทงยองเบมันร้ายกาจนัก
ตำตาตำใจแบบนั้นใครมันจะไปนั่งดูอยู่ได้ แค้นก็แค้นก็เลยต้องหนีเข้าห้อง TT_____TT
แล้วที่น่าโมโหที่สุด ... อีซึงฮยอนนนนน!!!!!! มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแถมยังนั่งหัวเห็ด(?) อยู่ต่อหน้า น้องยังกล้าไปคลอเคลียกับผู้ชายอื่น อ๊ากกกกก หึงโว้ยย หึง เห็ดหึงเนี่ยเข้าใจม้ายยยย
นี่ผมว่าผมก็ไม่ใส่คนขี้หึงอะไรนะ ดูๆไปเรื่องที่ทำให้ผมโมโหได้ก็มีไม่มาก
เรื่องซึงรีกับพี่เท๊ม
เรื่องซึงรีกับแดซอง
เรื่องซึงรีกับยองเบ
เรื่องซึงรีกับแฟนคลับ (มันหวงกระทั่งกับแฟนคลับ)
เรื่องซึงรีกับยามหน้าบริษัท
แล้วก็เรื่องซึงรีกับไอ้คุณหมาหน้าคอนโด
อืม ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่นะ
ตอนแรกๆผมก็ทำใจไว้แล้ว มีแฟนเป็นแพนด้าขวัญใจมหาชน ทั้งแม่ยกพ่อยกไหนจะคนนั้นคนนี้ยกอีก ไม่ว่าใครลองได้เข้าใกล้เจ้าตัวเล็กก็อดเอ็นดูไม่ได้ คว้าตัวมากอดรัดฟัดเหวี่ยงมันอยู่ร่ำไป
ซึงรีไม่ว่าอะไรหรอกฮะ ออกจะชอบซะด้วยซ้ำ แต่ผมนี่สิ...ชี้ช้ำครับ พูดได้คำเดียว TTwTT
กว่าจะได้มาเป็นแฟนก็ไม่ใช่ง่ายๆ ไอ้ที่นั่งหน้าสลอนกันเมื่อกี้มันก็เล็งๆกันอยู่ทุกคนละครับ แต่พอดีผมเร็วกว่าไง ขยันลูบขยับคลำขยันเนียน ในที่สุดซึงรีน้อยๆก็ตกเป็นของผม
แต่อันที่จริงตอนคบกัน ผมก็บอกว่ารักอยู่ฝ่ายเดียว ซึงรีแค่บอกว่า “ก็ดีเหมือนกัน”
แล้วอย่างนี้ผมจะมั่นใจได้แค่ไหน ถึงหึงแทบตายผมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะผมไม่รู้ว่ามีสิทธิ์รึเปล่า
เศร้าครับเศร้า ชีวิตผมมันเศร้า ฮื้อออออออ...
แอ๊ดดดดดดด!~
“พี่จียงฮะ”
มาแล้วฮะ คนน่ารักแต่หลายใจ
“.....”
“เป็นอะไรไปฮะ ไม่สบายรึเปล่า”
“……..”
ชิ ไม่ต้องมาง้อเลยซึงรี พี่ไม่ใช่คนใจง่ายนะ
“ผมจะออกไปกินข้าวกับพี่ยองเบนะฮะ”
ปังงง!!
=____________=
อันที่จริงพี่ก็ใจง่ายนะซึงรี จะไม่ลองง้อดูหน่อยรึไง TT___________TT
.
.
.
เที่ยงคืนแล้ว ผมยังนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด ซึงรีน้อยนอนอยู่ข้างๆ แต่วันนี้ผมไม่ได้นอนกอดเจ้าตัวเล็กแนบอกเหมือนทุกวัน
นั่นละมั้งเป็นสาเหตุที่นิ้วเล็กๆดึงชายเสื้อนอนของผมยิกๆ
“พี่จียงฮะ”
“…..”
เรียกทำไม??
“พี่งอนอะไรผมรึเปล่า”
“...........”
นายสนใจพี่ด้วยเหรอ??
“พี่เป็นอะไรก็บอกผมสิฮะ”
“เงียบเถอะน่าซึงรี!!”
ผมล่ะแทบอยากจะกระโดดตบปากตัวเอง ผมเผลอตวาดซึงรี อ๊ากกกก มือเล็กๆหยุดดึงชายเสื้อไปแล้ว เกิดความเงียบระหว่างเราอยู่ครู่ใหญ่
“ถ้าพี่ไม่อยากพูดกับผม งั้น....”
น้ำหนักของเตียงที่ยวบลงแล้วเบาขึ้น ทำให้ผมหันหลังกลับไปมอง ร่างเล็กพร้อมผ้าห่มในอ้อมกอดค่อยๆลุกเดินไปทางประตูห้อง ไหล่เล็กสั่นน้อยๆยิ่งทำให้ผมอยากจะตัดปากตัวเองทิ้งซะ ผมทำให้น้องร้องไห้...
อาจเป็นเพราะข้อเท้าเพิ่งจะหายดี ซึงรีเลยไม่สามารถออกไปจากห้องได้เร็วเหมือนที่ใจคิด ผมจัดการรวบตัวครั้งเดียวก็พามักเน่กลับมานั่งที่เตียงเหมือนเดิม
“จะไปไหน หืม?”
“ก็ไม่อยากพูดกับผมไม่ใช่เหรอ ไม่อยากเห็นหน้าผม งั้นผม ฮึก ผมก็จะไปนอนที่อื่น”
“ซึงรี...”
น้ำตาเม็ดเล็กๆไหลลงเป็นทางตามโครงหน้า ซึงรีสะอื้นน้อยๆอยู่ในอ้อมกอด มือเล็กๆผลักผมออกแล้วก็ย้ายตัวเองไปนั่งอยู่อีกฝากของเตียง
“พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“พี่หมายความว่าแบบนั้นนั่นแหละ!!”
“ซึงรี...”
ผมเดินเข้าไปใกล้ๆจ้องหน้าคนที่กำลังโวยวายอย่างจนใจ เพื่อนๆทุกคนในวงก็รู้ นิสัยอีกอย่างของซึงรีก็คือดื้อเป็นที่หนึ่ง ถ้าเป็นเรื่องงานซึงรีก็ยังมีเหตุผล แต่จะมีใครรู้ดีเท่าควอนจียงอีกมั้ย ว่าถ้าโมโหอะไรเมื่อไหร่ ความดื้อของน้องเล็กจะพุ่งปรี๊ดอีกเท่าตัว
แล้วตอนนี้ซึงรีกำลังโมโหอะไร ??
“ใช่สิ พี่เคยบอกว่าผมน่ะมันไร้สาระ พี่ก็เลยจะทิ้งผมใช่มั้ยล่ะ ฮืออ พี่จียงบ้า!!~”
“ฟังพี่ก่อนสิ”
“ไม่ฟังหรอก ไม่ต้องมาแก้ตัว เมื่อตอนกลางวันพี่ไม่ยอมคุยกับผม”
“ตกเย็นมาก็นอนหันหลังให้ แถมไม่ยอมกอดผมเหมือนเคยด้วย แล้วแบบนี้เรียกว่าอะไร”
“พี่บอกว่าฟังก่อนไง”
“ทำไมต้องฟังด้วย!!”
“ซึงรี!!”
ซึงรีเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ โวยวายดังลั่นเมื่อผมตวาด เสียงคงจะดังพอให้ทุกคนบ้านตื่นขึ้นมารับฟังได้ แต่ผมไม่สนใจ ซึงรีที่เอาแต่ตะโกนว่าเกลียดผมต่างหากที่ผมจะต้องจัดการ
ผมจะไม่ให้คำว่าเกลียดได้ออกจากปากบางๆนั่นเป็นครั้งที่สอง
“เกลียดพี่แล้ว ไอ้พี่จียงหัวเห็ด ได้ยินมั้ย!! ผมกะ.......อ๊ะ”
ซึงรีน้อยหมดสิทธิ์โวยวายอะไรได้อีกแล้ว เมื่อริมฝีปากถูกประกบแน่นจนอากาศแทบจะแทรกเข้าไปไม่ได้ ในตอนแรกเจ้าตัวเล็กคงตกใจเลยได้แต่นั่งค้างให้ผมเก็บความหอมหวานจากปากตามใจต้องการ แต่เมื่อสติกลับมามือเล็กๆก็รัวทุบมาที่อกไม่ยั้ง
นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวขาดอากาศหายใจ สาบานเลยว่าจะนั่งจูบอย่างนี้จนถึงเช้า
“ทีนี้จะหยุดได้รึยัง”
“ขี้โกง”
ได้ผล!! อาการดื้อแพ่งหายไปเหมือนเป่าทิ้ง เหลือไว้แค่อีซึงฮยอนที่นั่งบ่นอุบอิบในลำคอ หายใจขึ้นลงเร็วๆเรียกเอาอากาศเข้าปอด หน้าเรียวๆแดงระเรื่อ น่ารักจนผมอดใจไม่ไหวดึงเข้ามากอดแน่นๆ
“ความจริงมันต้องเป็นพี่ที่ควรจะโวยวาย แล้วมันเรื่องอะไรที่นายต้องโกรธพี่เนี่ย”
“แล้วมันเรื่องอะไรที่พี่ต้องโกรธผมล่ะ”
“พูดมากอีกแล้วนะ”
คนช่างย้อนเห็นผมมองไปที่เป้าหมายเดิมก็รีบหยุดพูดเพราะรู้ดีว่าถ้าลองเถียงต่อ อาจจะต้องถูกปิดปากด้วยวิธีเดิมอีกสักครั้ง
ความเงียบปกคลุมเราสองคนอยู่ครู่ใหญ่ ความจริงผมออกจะชอบที่ได้นั่งเงียบๆมองคนรักหน้าแดงอยู่ข้างๆ แต่เพราะเรื่องมันยังจบ ก็เลยต้องทำให้เคลียร์
“ตกลงไม่รู้จริงๆเหรอว่าพี่เป็นอะไร”
“รู้!!”
“อะ...อ้าว”
ซึงรีหัวเราะ ไอ้หน้าตาตอนที่ทำทีว่าผมรู้ ผมเหนือกว่าพี่นี่มันอะไร ไปหัดทำหน้าตาน่ารักแบบนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่อีซึงฮยอนนน (เห็ดเริ่มเพ้อ)
“พี่หึงใช่มั้ยล่ะ หึงที่ผมชอบอยู่ใกล้พี่เทมโป หึงที่ผมไม่เคยขัดใจพี่แดซอง แล้วก็หึงที่ผมอ้อนพี่ยองเบ”
“ก็ไม่เชิง”
ผมหยักไหล่
“นอกจากควอนจียงพี่ก็หึงมนุษย์ทุกตัวบนโลกที่เข้าใกล้นาย”
ซึงรีครางฮือเบาๆในลำคอ ดูเหมือนกำลังจะละลายตัวเองในอีกไม่ช้า หลังจากเวลาตั้งสติอีกนิดหน่อยกับคำพูด(หน้า)ด้านๆของผมก็หันมาโวยวายอีกครั้ง
“แล้วทำไมไม่พูด ฮึ้ยยย น่าหงุดหงิดชะมัด”
ก็เพราะใครกันล่ะ ที่ไม่เคยทำอะไรให้พี่มั่นใจสักครั้ง
“พี่หึงได้งั้นเหรอ”
ซึงรีทำตาโต เพราะแปลกใจกับคำถาม
"คนรักกันที่ไหนเค้าก็หึงกันได้ทั้งนั้นแหละ”
เอ๋?
เหมือนจะรู้ตัวว่าหลุดคำพูดอไรออกมา ในขณะที่ผมยิ้มแก้มแทบปริ ซึงรีก็ย้ายตัวเองไปบนเตียงแล้วล้มตัวนอนเรียบร้อย
“อ๊า ทำไมอยู่ดีๆก็ง่วงนอนนะ ฮ้าววววว”
ผมเดินตามขึ้นไปบนเตียง นอนกอดเจ้าตัวเล็กไว้เหมือนทุกวัน ซึงรีหลับตาพริ้ม แต่ต่อให้ซื่อบื้อแบบพี่เท๊มก็ยังรู้ว่าแกล้งหลับ
“ซึงรีอา~”
“อะไรเล่า”
ผมได้แต่นอนมองคนในอ้อมกอดตาละห้อย ส่งเสียงอ้อนให้ตื่นมาพูดอีกหน่อยไม่ได้รึไง
“ซึงรี”
“ก็ได้ๆ”
น้องเล็กของวงพลิกตัวมาผชิญหน้า เมื่อเห็นผมนอนจ้องเขม็งก็แกล้งเอามือมาปิดตา ผมก็อยากจะทักท้วงเพราะอยากเห็นซึงรีตอนกำลังเขินจนหน้าแดงเหมือนกัน แต่กลัวว่าซึงรีจะโวยวายแล้วหยุดพูดไปซะเฉยๆ ก็เลยได้แต่นอนคิด จินตนาการเอาว่าตอนนี้มักเน่ของผมจะน่ารักขนาดไหน
“วันหลังถ้าหึงก็บอก ไม่พอใจพี่ก็ต้องแสดงออก พี่น่ะมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวผม เพราะอีซึงฮยอนน่ะเป็นของควอนจียง เข้าใจ๊??”
“อืมม”
ผมพยักหน้ารับแล้วดึงมือเล็กๆที่ปิดตาผมอยู่มากุมไว้แทน แต่ยังไม่ได้เห็นอะไร ซึงรีก็พลิกตัวอีกครั้ง
“โอเค นอน!!”
พนันเอาอะไรก็ได้ที่ผมมี ตอนนี้ซึงรีคงหน้าแดงไปหมด นอนบ่นอุบอิบอยู่คนเดียวแน่ๆ ผมเคยบอกมั้ยว่าซึงรีน่ารัก วันนี้ยิ่งน่ารักมากเป็นพิเศษ
แต่มาพูดอะไรน่ารักๆว่าผมเป็นของพี่แล้วนอนหลับไปเฉยๆแบบนี้ มันฆ่าพี่ทั้งเป็นเลยนะอีซึงฮยอนนน
“ซึงรีอา ไม่นอนแล้วได้มั้ย เรามาทำอย่างอื่นกันเถอะ”
“อย่าแม้แต่จะคิด ... คนลามก”
คนน่ารักบ่นเบาๆทั้งที่ยังหันหลังอยู่ ผมก็ได้แต่หัวเราะน้อยๆ หักห้ามใจ(หื่นๆ)ของตัวเองแล้วล้มตัวนอนลงข้างๆ กอดกระชับเอวอีกคนไว้แน่นเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมด
ทั้งรัก ทั้งหวง อยากปกป้อง อยากดูแล ความรู้สึกที่มีให้มันมากมายจนควอนจียงอาจจะระเบิดตัวเองได้ ถ้าไม่ได้ระบายด้วยการพูด เข้าไปกอดหรือสัมผัสตัวน้องบ่อยๆ
แม้แต่อยู่หน้ากล้องไอ้ความรู้สึกแบบนี้ก็ยังควบคุมไม่ได้สักที
“ก็ยังไม่ได้ยินคำนั้นจากนายอยู่ดี เมื่อไหร่จะบอกพี่นะซึงรี”
“………..”
เงียบจนต้องเผลอถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง เสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้รู้ว่าซึงรีคงจะหลับไปแล้ว แน่ๆ ผมเลยได้แต่เดินไปปิดไฟแล้วกลับมาล้มตัวนอน แทรกตัวลงในผ้าห่มที่มีอยู่ผืนเดียวแล้วพลิกตัวมักเน่น้อยให้หันมาหา
ยังไม่พูดก็ไม่เป็นไร เพราะยังไง....
“พี่รักนายนะเจ้าตัวยุ่ง”
บอกเบาๆกับคนที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วจมลงสู่ห้วงนิทราพร้อมกัน
อีซึงฮยอนลืมตาขึ้นมาหลังจากแกล้งหลับไปพักใหญ่ ซุกตัวเข้าสู่อ้อมกอดของพี่ชายใจดีที่เขารักมากกว่าใคร บอกเบาๆกับอ้อมอกอบอุ่นแม้ว่าอีกคนจะหลับไปแล้ว
“ชิ ผมรักพี่มากกว่าอีก แล้วผมก็ไม่ใช่เจ้าตัวยุ่งสักหน่อย”
ซึงรีหลับตาพริ้มเตรียมจะนอน แต่เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหูก็ทำให้ชะงัก
“พี่ยังไม่ได้หลับนะครับอีซึงฮยอน”
>///////////////////////////<
NEVER ENDING
ฟิคบิ๊กแบงเรื่องแรก แต่งให้กับความรักของ G-RI ... ใครก็ได้ ลากพวกมันสองคนไปแต่งงานที
จะรักกันไปไหนคะ ? ? (ความหมายคืออิจฉาจียง น้องด้าน่าร๊ากกกก)

ชอบบบบ
ฮ่าๆๆๆ
เป็นจีรีที่น่ารักมว๊ากกก
อ่านก่อนนอนแล้วฝันดีอะพี่กัสส
อยากได้อีก
ชอบตอนมักเน่โวยวายแล้วเงียบ
แล้วแกล้งง่วง
แกล้งหลับ
แต่โดนพี่จีแกล้งอีกที
โอ๊ยๆๆๆ
น่ารัก!!
#1 By kazukazu on 2008-01-27 01:27